หนัง รีวิวหนัง Into the Wild เข้าป่าหาชีวิต

หนัง เรื่อง Into the Wild เป็นภาพยนตร์แนวชีวประวัติ ดราม่าและการผจญภัย ออกฉายเมื่อไป 2007 โดยมีฌอห์น เพนน์ (Sean Penn) เป็นผู้กำกับเรื่องนี้ เนื้อหาในภาพยนตร์ได้มีการดัดแปลงมาจากนวนิยายที่มีชื่อเรื่องเดียวกัน ที่เขียนโดย จอน คราเคาเออร์ (Jon krakauer) เป็นหนังสือที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของชายที่ชื่อว่าคริสโตเฟอร์ แม็คแคนด์เลส (Christopher Macandless) ชายผู้ที่เดินทางเข้าป่าไปยังอลาสกาในช่วงปี 1990 โดยในภาพยนตร์ได้เอมิลี่ เฮิร์ทช์ (Emile Hirsch) มารับบทเป็นคริสโตเฟอร์ 

Into the Wild ได้มีการเข้าฉายเป็นครั้งแรกในช่วงปี 2007 ในเทศกาล Rome Film Fest และต่อมาได้ทำการฉายที่อลาสกาในวันที่ 21 กันยากัน ปี 2007 เรื่องนี้ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำถึง 2 รายการและได้รับรางวัลเพลงต้นฉบับยอดเยี่ยมคือเพลง Guaranteed โดย Eddie Vedder นอกจากนี้ยังได้รับการเสนอรายชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ถึงสองสาขาด้วยกันคือ สาขาการตัดต่อยอดเยี่ยมและการสนับสนุนนักแสดงยอดเยี่ยมนั่นเอง 

หนังออนไลน์

เรื่องราวใน Into the Wild

ในเดือนเมษายน ปี 1992 คริสโตเฟอร์ แม็คเคนด์เลสได้เดินทางมาถึงพื้นที่ที่ห่างไกลทางตอนเหนือของอุทยานแห่งชาติ Denali ในเมืองอลาสกา สังเกตได้ว่าคริสโตเฟอร์ไม่ได้มีการเตรียมตัวเป็นอย่างดีในการเดินทาง เขาได้เดินทางมายังที่รถบัสที่ถูกทิ้งร้างไว้ เป็นสถานที่ที่เขาเรียกว่า The Magic Bus ในช่วงแรกคริสโตเฟอร์รู้สึกพึงพอใจกับความเงียบสงบและความงดงามของธรรมชาติที่อยู่รอบ ๆ ตัวเขาพร้อมกับความรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ใช้ชีวิตที่แปลกใหม่ เขาใช้ปืนไรเฟิลขนาด .22 ในการล่าสัตว์ ใช้ช่วงเวลาว่างในการอ่านหนังสือและเขียนบันทึกความคิดเกี่ยวกับชีวิตในป่าของเขา 

ย้อนกลับไป 2 ปีก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤษภาคม ปี 1990 คริสโตเฟอร์จบการศึกษาในอันดับเกียรตินิยมที่มหาวิทยาลัยเอมอรี หลังจากนั้นไม่นาน เขาได้ปฏิเสธการใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาโดยการทำลายบัตรเครดิตและเอกสารประจำตัว หนังใหม่ ของเขาทั้งหมด คริสโตเฟอร์ได้บริจาคเงินที่เขามีอยู่ทั้งหมดให้กับมูลนิธิการกุศลและออกเดินทางเพื่อสัมผัสกับชีวิตในถิ่นทุรกันดาร คริสโตเฟอร์ไม่ได้บอกพ่อกับแม่ของเขา หรือแม้กระทั่งน้องสาวเขาเองว่ากำลังทำอะไร จะไปที่ไหน เขาตัดขาดการติดต่อจากครอบครัวทันทีหลังออกเดินทาง

คริสโตเฟอร์เดินทางไปยังทะเลสาบมี้ด เขาต้องเผชิญกับน้ำท่วมอย่างฉับพลัน เขาเผาเงินสดของเขาทิ้งพร้อมกับเขียนบันทึกและตั้งชื่อตนเองขึ้นใหม่ว่า อเล็กซานเดอร์ ซุปเปอร์สแตรมป์ ระหว่างทางเขาได้พบกับกับผู้คนมากมาย เขาทั้งช่วยเหลือและพูดคุยพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก นอกจากนี้เขายังเดินทางไปยังที่ต่าง ๆ เช่น แม่น้ำโคโลราโด โดยปฏิเสธการเดินทางทางขนส่งต่าง ๆ และตัดสินใจข้ามน้ำข้ามป่าไปเอง จุดหมายปลายทางของคริสโตเฟอร์คือเมืองอลาสกา ท่ามกลางความยากลำบาก แต่ในที่สุดเขาก็มาถึงจนได้ ที่รถบัสที่ถูกทิ้งร้างไว้

แต่ชีวิตของเขากลับยากลำบากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เขาตัดสินใจอะไรผิดพลาดไปมากมาย คริสโตเฟอร์ค้นพบว่าธรรมชาตินั้นช่างโหดร้ายและไร้ซึ่งความเอาใจใส่ เอาสรุปเอาเองว่าความสุขที่แท้จริงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้โดยการแบ่งบันร่วมกับผู้อื่น ด้วยความอ่อนประสบการณ์ทำใหคริสโตเฟอร์ไม่สามารถหาทางออกจากป่าแห่งนี้ได้ เขาได้แต่ใช้ชีวิตอยู่ในรสบัสเก่าแห่งนี้พร้อมกับจดบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ

เรื่องราวของคริสโตเฟอร์ แม็คเคนด์เลส (ตัวจริง)

ร่างของคริสโตเฟอร์ถูกพบโดยนักล่ากวางมูสในป่า ภายในรสบัสที่ถูกทิ้งไว้คันนั้นในเส้นทางที่เรียกว่าสแตมปีด พวกเขาพบร่างของคริสโตเฟอร์ในเดือนกันยายน ปี 1992 ที่นอนอยู่ในถุงนอน ร่างกายในตอนนั้นเหลือน้ำหนักเพียงแค่ 33 กิโลกรัมเท่านั้น นอกจากนี้ที่ข้างตัวเขายังพบกับม้วนฟิล์มที่ยังไม่ได้ล้างพร้อมกับบันทึกของเขาทิ้งไว้ด้วย ส่วนภาพสุดท้ายในกล้องเป็นภาพใบหน้าของคริสโตเฟอร์โบกมือบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย พร้อมกับกระดาษบันทึกที่เขียนขอความช่วยเหลือบอกว่าเขาบาดเจ็บสาหัสและอ่อนแอเกินกว่าที่จะออกไปจากที่นี่ ได้โปรดช่วยด้วย ความปรารถนาของคริสโตเฟอร์คือการออกเดินทางค้นหาชีวิตที่แท้จริง ชีวิตที่อยู่นอกกรอบ นอกระบบ ระหว่างการเดินทางของเขา คริสโตเฟอร์ได้ทำการจดบันทึกข้อความต่าง ๆ เกี่วกับเพื่อนที่เขาพบระหว่างการเดินทาง เขาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นรูปเพื่อนที่เขาพบ สัตว์ที่เขาล่าได้ เรื่องราวที่เขาบอกเล่าเต็มไปด้วยข้อคิดในชีวิตที่สำคัญ 

หนึ่งในอนุสรณ์ที่สำคัญมากที่สุดในรถบัสที่คริสโตเฟอร์ได้ทิ้งข้อความไว้ เป็นข้อความแกะสลักบนแผ่นไม้ ข้อความนั้นเขียนไว้ว่า “หนีจากมลพิษของอารยธรรม ลัดเลาะไปบนผืนดินตามลำพัง เพียงเพื่อจะพ่ายแพ้กับความทุรกันดาร, Alexander Supertramp, พฤษภาคม ปี 1992”

ปัจจุบันนี้รถบัสเก่าคันนั้นยังคงถูกทิ้งร้างไว้บนเส้นทางสแตมปีดเช่นเดิม นักเดินทางหลายคนต่างเดินทางมายังที่แห่งนี้เพื่อไว้อาลัยและเป็นที่ระลึก นอกจากนี้คนเหล่านั้นยังได้เดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ที่คริสโตเฟอร์ได้เดินทางไปด้วย มีการถ่ายรูปและเผยแพร่ลงอินเทอร์เน็ตมากมายเกี่ยวกับรถบัสคันนี้ กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและมีบริการไกด์นำทางเพื่อไปยังสถานที่นั้นอีกด้วย

ความรู้สึกหลังจากดูเรื่องนี้จบ

หนังที่เต็มไปด้วยความอินดี้ ตัวละครก็อินดี้ นับถือในการใช้ชีวิตของเขาเลยจริง ๆ เป็นหนังที่สร้างแรงบันดาลใจและข้อคิดได้มากมายอีกเรื่องหนึ่งเลย พร้อมกับนับถือชีวิตของชายที่ชื่อว่าคริสโตเฟอร์ แม็คเคนด์เลสคนนี้ด้วย ที่มีความคิดนอกกรอบและต้องการใช้ชีวิตในรูปแบบที่แตกต่าง ชีวิตปกติของคริสโตเฟอร์นั้นสมบูรณ์แบบและเพียบพร้อมทั้งการศึกษา ดูหนัง และฐานะทางการเงิน แต่เขากลับเลือกที่จะทิ้งทุกอย่างไว้เบื้องหลังและออกเดินทางตามหาชีวิตที่แท้จริง ระหว่างทางเขาได้เจอกับสถานการณ์ต่าง ๆ พร้อมกับเพื่อนร่วมเดินทางระยะสั้น ๆ แน่นอนว่าเขาพยายามทำทุกอย่างโดยพึ่งพาตัวเองและธรรมชาติมากที่สุด เขาไม่ขึ้นรถไฟ ไม่เข้าเมือง ไม่อยู่เป็นหลักเป็นแหล่ง ดูเหมือนว่าเขาได้ใช้ชีวิตตามแบบที่เขาต้องการมาตลอด เขาเป็นคนที่มองโลกที่แตกต่างออกไป ชายหนุ่มคนนี้กลับไม่รู้สึกเสียใจในการกระทำของเขาเลย แต่เขาก็เป็นคนที่กลัวการที่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นกัน เข้าอยากมีชีวิตต่อไป เพื่อการเดินทางอีกมากมายที่เขายังไปไม่ถึง แม้กระทั่งในช่วงสุดท้ายของชีวิต เขาก็ยังรู้ว่าเขามีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

ในอีกมุมหนึ่ง คริสโตเฟอร์เป็นเด็กหนุ่มที่อายุยังน้อย อนาคตไกล เป็นเด็กหนุ่มที่ดื้อรั้นและไม่ยอมฟังความคิดใคร เขาตัดสินใจเดินทางเข้าป่าโดยไม่มีการเตรียมตัวที่ดีพอจนทำให้เขาพลาดและต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายหลายครั้งจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ถึงกระนั้นคริสโตเฟอร์ก็ได้โทษตัวเองหรือคนอื่น ทุกอย่างเป็นตามที่มันควรจะเป็น เขาเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีมาก แต่ถ้าหากเขารับฟังคำแนะนำจากคนอื่นและทำตามบ้าง เขาเดินทางโดยไม่มีเข็มทิศหรือแผนที่ หากเขาพกแผนที่เขาก็อาจจะเห็นเส้นทางที่สามารถข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกรากนี้ไปได้ ชีวิตของคริสโตเฟอร์ก็อาจจะไม่จบลงในรถบัสร้างคันนี้ก็ได้  

เมื่อได้เข้าไปดูรีวิวในเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ก็พบว่าได้คะแนนสูถึง 83 เปอร์เซ็นต์ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นไปในทางบวกทั้งชื่นชมผู้กำกับและนักแสดง ส่วนในเว็บไซต์ Metacritic ก็ได้รับคะแนนสูงถึง 73 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ส่วนโรเจอร์ เอเบิร์ต จากสำนักพิมพ์ The Chicago Sun-Times ได้ให้คะแนนหนังเรื่องนี้สูงถึง 4 ดาวและยังได้รับคำวิจารณ์จากนักวิจารณ์หนังคนอื่น ๆ อีกว่า เป็นภาพยนตร์ที่เป็นมากกว่าภาพยนตร์ เป็นหนังที่มีความหมายมากที่สุด ต้องนับถือผู้กำกับมากฝีมืออย่างฌอห์น เพนน์ จริง ๆ 

จบไปแล้วกับการรีวิวหนังเรื่อง Into the Wild เข้าป่าหาชีวิต สามารถติดตามการรีวิวหนังและดูหนังแนวชีวประวัติ การผจญภัยและดราม่าได้ที่ moviethai